สาระน่ารู้SEO

เขียน SEO อย่างไร ให้โดนใจ Google ฮิตติดอันดับหน้าแรก

23 ก.พ. 2022, 10:08
ให้บทความ SEO ฮิตติดอันดับหน้าผลการค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้น ต้องทำอย่างไร มีตัวช่วยอะไรบ้าง แล้วแต่ละขั้นตอนต้องทำอย่างไรกัน

เจ้าของธุรกิจเคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ ว่าทำไม? เว็บไซต์ของคุณถึงไม่ติดอันดับผลการค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้นเสียที ทั้ง ๆ ที่ จัดหน้าตาเว็บไซต์ให้ดูดีก็แล้ว เขียนคอนเทนต์ให้ดีก็แล้ว ซึ่งสิ่งที่เหล่าธุรกิจต่าง ๆ มักหลงลืมไปคือ การกำหนดโครงสร้างการทำงานเพื่อทำ SEO วันนี้ Ketshopweb จะพาคุณไปทำความรู้จักประเภทของโครงสร้างการทำ SEO ต้องทำอย่างไรบ้าง ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกได้หรือไม่ ไปดูกัน


โครงสร้างการทำ  SEO


1. ตั้งหัวข้อสำหรับเขียนบทความ (Headline , Title)

สิ่งแรกก่อนการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ที่นักธุรกิจจำเป็นต้องทำเลย คือการคิดหัวข้อที่น่าสนใจ หรือไอเดียที่ต้องการเขียน ส่วนวิธีการเขียนขึ้นอยู่กับผู้เขียนว่าต้องขึ้นต้นหัวข้อด้วย ปัญหา, คำถาม, หรือ บทสรุป ก็สามารถนำมาตั้งเป็นหัวข้อได้ 

ตัวอย่าง

  • เขียน SEO อย่างไร ? ให้ฮิตติดอันดับหน้าแรก Google
  • 5 เทคนิคเขียน SEO ให้ติดอันดับต้น ๆ บนเสิร์ชเอนจิ้น
  • เขียนคอนเทนต์ดี แต่ไม่ติดหน้าแรก Google ทำอย่าไรดี ?

 


2. เลือก Keyword ที่แมชต์กับบทความ

การเขียนบทความควรเลือกใช้ keyword ที่เราต้องการสื่อในเนื้อหานั้น เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหา เพราะปัจจุบันอัลกอลิทึมของ Google มีการอัพเดทขึ้นอย่างต่อเนื่อง และฉลาดล้ำ สามารถเรียนรู้ได้ว่าบทความที่เขียนไปนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราหรือไม่  

ตัวอย่าง

  • SEO คืออะไร ?
  • SEO เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ
  • กลยุทธ์การทำ SEO

เขียนบทความเกี่ยวกับการทำ SEO ในบทความควรมีคำว่า  "SEO" ในเนื้อหานั้นด้วย ยิ่งที่เยอะเท่าไร่ Google ก็สามารถช่วยให้เนื้อหาในบทความและเว็บไซต์เราติดอันดับต้น ๆ บนเสิร์ชเอนจิ้นได้ง่ายมากขึ้น 

 


3. เขียนคำอธิบายเนื้อหา (Meta Description)

Meta Description คือ เนื้อหาภายในบทความแบบคร่าวๆ  ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร โดยเนื้อหาส่วนนี้เป็นส่วนที่ไว้ใช้ดึงดูดคนอ่าน และเพิ่มความน่าสนใจให้แก่บทความ ซึ่งจะอยู่ส่วนล่างต่อจากหัวข้อบทความนั่นเอง

 


4.ส่วนเนื้อหา (Content)


ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเปรียบเสมือนหัวใจของการทำบทความ SEO ซึ่งบทความที่ดีและมีผลต่อการติด SEO ควรเขียนอย่างน้อย 500 คำขึ้นไป มีหลักการเขียนด้วยกันหลักๆ ได้แก่ 

  • H1 = หัวข้อที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด และอธิบายถึงความสนใจของบทความ
  • H2 = เป็นส่วนขยายและเป็นหัวข้อย่อยของรองจากหัวข้อใหญ่ โดยจะแบ่งเป็นข้อย่อยๆ
  • H3 = เป็นส่วนย่อยของ H2 อีกที
  • H4 = อื่นๆ เป็นส่วนสนับสนุนบทความเช่น ข้อมูลอ้างอิง หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
  • H5 = บทสรุปของบทความนี้ 

หลักการเขียน สามารถเขียนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของบทความอาจจะมีแค่ 3 ย่อหน้า หรือย่อหน้าเดียว ก็สามารถทำได้

 


5. เพิ่มแฮชแท็กช่วยเพิ่มการค้นหา (Meta Tag)

Meta Tag คือ ข้อความรหัส HTML หรือคำอธิบายสำหรับหน้าเว็บไซต์หน้านั้นๆ โดยส่วนนี้จะไม่ได้อยู่ในบทความ แต่จะไปแสดงบน Google Search 

ตัวอย่าง

#ทำการตลาดออนไลน์ #เว็บไซต์สำเร็จรูป #การขายของออนไลน์


6. กำหนด URL เว็บไซต์ (Custom URL) 

ส่วนที่บ่งบอกถึงชื่อของเว็บไซต์ ควรมีความยาวระหว่าง 50 – 55 ตัวอักษร ซึ่ง Alt Text ถือเป็นตัวช่วยให้คนเสิร์ชเจอเว็บไซต์ของคุณ เมื่อค้นหารูปภาพนั่นเอง


ตัวอย่าง 

www.Ketshopweb/How To SEO/.com

แนะนำให้ขึ้นต้นด้วยชื่อเว็บไซต์ เช่น www.Keshopweb. ต่อด้วยชื่อเนื้อหา(ควรตั้งเป็นภาษาอังกฤษ) เช่น How To SEO  เป็นต้น เนื่องจากว่าหากตั้งเป็นภาษาไทย ระบบจะแปลเป็นภาษาต่างดาว เช่น SEO.,dvojoskdlvsk




เปิดร้านค้าออนไลน์ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง
logo ketshopweb svg
ทดลองใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจปรึกษา สำหรับคำแนะนำแพ็คเกจที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
เพื่อต่อยอดการขาย และขยายฐานลูกค้า ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
โทร. 02-038-5588
เฉพาะวันทำการ ตั้งแต่เวลา 9:30 - 18:30 น.