การใช้งานระบบ Return Order (รอคืนสินค้า)

ระบบ Pending Return สำหรับจัดการคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิก หรือตีกลับหลังจากจัดส่งไปแล้ว เพื่อให้ทางร้านค้าสามารถคัดกรองสินค้าทุกรายการ ที่ถูกตีกลับเข้าคลังได้ โดยมีการแยกประเภทเป็นคืนคลัง, เสียหาย และละทิ้ง/สูญหาย เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการสต๊อกสินค้ามากยิ่งขึ้น

K
Ketshopweb Team
2025-04-17 14:37:07
การใช้งานระบบ Return Order (รอคืนสินค้า)

User Guide · Warehouse

ระบบ Pending Return: คืนสินค้าเข้าคลังอัตโนมัติเมื่อออเดอร์ถูกตีกลับ

คู่มือการใช้งาน · ระบบ Ketshopweb · หมวด E-commerce · Warehouse

เมื่อคำสั่งซื้อถูกยกเลิกหลังจัดส่งไปแล้ว หรือถูกตีกลับโดยลูกค้า ระบบ Pending Return จะช่วยจัดการการคืนสินค้ากลับเข้าคลังให้อัตโนมัติ — รองรับทั้งการคืนทั้งออเดอร์ คืนบางส่วน รวมถึงระบุสินค้าเสียหายหรือสูญหายได้ พร้อมอัปเดตจำนวนสต๊อกทันทีที่ยืนยันการคืน

⚠️ ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

กรณีใช้งานคลังสินค้าแยก (Multi-warehouse): ระบบ Pending Return จะไม่รองรับคำสั่งซื้อจาก Marketplace — รองรับเฉพาะออเดอร์ที่เกิดจากเว็บไซต์ Ketshopweb เท่านั้น

ภาพรวม Workflow ทั้งหมด

การคืนสินค้าเข้าคลังผ่านระบบ Pending Return แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก เริ่มจากยกเลิกคำสั่งซื้อในเมนู Order ก่อน จากนั้นจึงไปจัดการคืนสต๊อกในเมนู Warehouse

ขั้นเมนูที่ใช้สิ่งที่ต้องทำ
Phase 1E-commerce → Orderยกเลิกคำสั่งซื้อจากสถานะจัดส่ง พร้อมระบุรหัสผ่าน
Phase 2Warehouse → Pending Returnระบุจำนวน เลือกคลัง แนบหลักฐาน และยืนยันการคืนสต๊อก

Phase 1: ยกเลิกคำสั่งซื้อในเมนู Order

เส้นทางเข้าใช้งาน

E-commerceOrder → เลือกออเดอร์ที่ต้องการยกเลิก

1.1 เปิดรายละเอียดออเดอร์

  • 1 คลิกเมนู ‘E-commerce’ ที่แถบเมนูหลัก
  • 2 เลือกเมนู ‘Order’ เพื่อเปิดหน้ารายการคำสั่งซื้อ
  • 3 คลิกไอคอนรูปตา ของออเดอร์ที่ต้องการ เพื่อดูรายละเอียด
หน้ารายการ Order พร้อมไอคอนรูปตาเพื่อดูรายละเอียด
ตำแหน่งที่ 1-3: เปิดเมนู Order และเข้าดูรายละเอียดออเดอร์

1.2 ปรับสถานะเป็น “ยกเลิก”

⚠️ เงื่อนไขสำคัญ

เฉพาะคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกจากสถานะ “จัดส่ง” เท่านั้น ที่จะเข้าระบบ Pending Return โดยอัตโนมัติ — ออเดอร์ที่ถูกยกเลิกจากสถานะอื่นจะไม่ถูกส่งเข้าคิวคืนสต๊อก

  • 4 คลิกตัวเลือกสถานะ ในหน้ารายละเอียดออเดอร์
  • 5 เลือก ‘ยกเลิก’ จากตัวเลือกสถานะ
  • 6 คลิกปุ่ม ‘ยืนยัน’ เพื่อดำเนินการต่อ
หน้ารายละเอียดออเดอร์ พร้อมตัวเลือกสถานะให้เลือกยกเลิก
ตำแหน่งที่ 4-6: เลือกสถานะยกเลิก แล้วยืนยัน

1.3 ยืนยันด้วยรหัสผ่าน

  • 7 ระบุรหัสผ่านยกเลิกออเดอร์ — เป็นการยืนยันสิทธิ์ของผู้ทำรายการ
  • 8 คลิกปุ่ม ‘ยืนยัน’ เพื่อยกเลิกออเดอร์
หน้าต่างยืนยันรหัสผ่านสำหรับการยกเลิกคำสั่งซื้อ
ตำแหน่งที่ 7-8: ระบุรหัสผ่านและยืนยันการยกเลิก
  • 9 สถานะออเดอร์จะถูกปรับเป็น “ยกเลิก” — และจะถูกส่งเข้าคิวระบบ Pending Return อัตโนมัติ
หน้าออเดอร์ที่แสดงสถานะถูกยกเลิกเรียบร้อยแล้ว
ตำแหน่งที่ 9: ออเดอร์ถูกปรับสถานะเป็นยกเลิก พร้อมเข้าคิว Pending Return

Phase 2: จัดการคืนสต๊อกในเมนู Warehouse

เส้นทางเข้าใช้งาน

WarehousePending Return → แท็บ รอดำเนินการ

2.1 เปิดรายการรอดำเนินการ

  • 10 ไปที่เมนู ‘Warehouse’ ที่แถบเมนูหลัก
  • 11 เลือกเมนู ‘Pending Return’ เพื่อเปิดรายการคิวคืนสินค้า
  • 12 ที่แท็บ “รอดำเนินการ” คลิกไอคอนจัดการของออเดอร์ที่ต้องการคืนสต๊อก
หน้าเมนู Pending Return แสดงรายการออเดอร์ที่รอคืนสต๊อก
ตำแหน่งที่ 10-12: เข้าสู่เมนู Pending Return และคลิกไอคอนจัดการ

2.2 เลือกคลังปลายทาง

  • 13 คลิกเลือกคลัง ที่ต้องการให้สต๊อกสินค้ากลับเข้ามา — กรณีร้านมีคลังหลายคลัง ให้เลือกตามจุดที่จะรับของกลับ
หน้าต่างเลือกคลังปลายทางสำหรับการคืนสต๊อกสินค้า
ตำแหน่งที่ 13: เลือกคลังที่จะรับสินค้ากลับ

2.3 ระบุจำนวนคืน + กรณีคืนไม่ครบ

  • 14 ระบุจำนวนที่ต้องการคืนคลัง ของสินค้าแต่ละรายการในออเดอร์

หากจำนวนคืนเข้าคลังน้อยกว่าจำนวนเดิม ที่ส่งออกไป ระบบจะให้ระบุสาเหตุของส่วนต่าง โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังตารางด้านล่าง

ประเภทส่วนต่างเหมาะกับกรณีสิ่งที่ต้องระบุ
สินค้าเสียหาย
(ตำแหน่งที่ 14.1)
สินค้ากลับมาแต่ใช้งานต่อไม่ได้ เช่น แตก หัก ฉีกขาด เปียกน้ำเหตุผล + จำนวนที่เสียหาย
ละทิ้ง / สูญหาย
(ตำแหน่งที่ 14.2)
สินค้าหายระหว่างทาง ลูกค้าไม่คืน หรือบริษัทขนส่งทำหายเหตุผล + จำนวนที่ละทิ้ง/สูญหาย

2.4 แนบหลักฐาน + ยืนยันการคืน

  • 15 เพิ่มรูปภาพสินค้า ที่คืนเข้าคลัง เพื่อเก็บเป็นหลักฐาน — แนะนำให้ถ่ายในมุมที่เห็นสภาพสินค้าชัดเจน
  • 16 คลิกปุ่ม ‘สร้าง’ เพื่อยืนยันการคืนสินค้ากลับเข้าคลัง
หน้าจัดการ Pending Return แสดงช่องระบุจำนวน เสียหาย สูญหาย และแนบรูปหลักฐาน
ตำแหน่งที่ 14-16: ระบุจำนวนคืน เหตุผลส่วนต่าง แนบรูป และกดสร้าง

2.5 ตรวจสอบผลลัพธ์

  • 17 ออเดอร์จะถูกย้ายไปแท็บ “เสร็จสิ้น” โดยอัตโนมัติ และที่ ความเคลื่อนไหวสินค้า สต๊อกจะถูกคืนเข้าคลังทันทีที่กดสร้าง
แท็บเสร็จสิ้นแสดงออเดอร์ที่คืนสต๊อกเรียบร้อยแล้ว
ตำแหน่งที่ 17: ออเดอร์ย้ายไปแท็บเสร็จสิ้น
หน้าความเคลื่อนไหวสินค้าแสดงรายการสต๊อกที่ถูกคืนเข้าคลัง
ตำแหน่งที่ 17.1: ความเคลื่อนไหวสินค้าอัปเดตทันทีที่กดสร้าง

Checklist ก่อนกดยืนยันคืนสต๊อก

  • ตรวจสอบสภาพสินค้าจริง ก่อนระบุจำนวนคืน — แยกของสมบูรณ์ออกจากของเสียหายให้ชัดเจน
  • เลือกคลังให้ตรง กับจุดที่จะเก็บของจริง โดยเฉพาะร้านที่มี Multi-warehouse
  • ระบุเหตุผลส่วนต่าง ให้ครบทุกรายการ — ช่วยให้รายงาน Loss ของร้านแม่นยำ
  • แนบรูปหลักฐาน โดยเฉพาะกรณีสินค้าเสียหาย — ใช้อ้างอิงกับขนส่งหรือ Claim ภายหลังได้
  • กดสร้างเมื่อข้อมูลครบเท่านั้น — เพราะระบบจะอัปเดตสต๊อกเข้าคลังทันที ไม่สามารถย้อนกลับได้
“ทุกออเดอร์ที่ถูกตีกลับคือสต๊อกจริง — ระบบ Pending Return ทำให้ตัวเลขในคลังตรงกับของจริงเสมอ”

จัดการสต๊อกแม่นยำ ลด Loss ได้ตั้งแต่วันนี้

Ketshopweb มีระบบ Warehouse, Pending Return และรายงานความเคลื่อนไหวสินค้าครบในที่เดียว ทดลองใช้ฟรี หรือปรึกษาทีมงานเพื่อวางระบบคลังให้เหมาะกับร้านของคุณ

บทความโดยทีม Ketshopweb · เครื่องมือร้านค้าออนไลน์ ขายคล่อง ส่งสะดวก ครบในที่เดียว
Unified Commerce Platform · OMS + CRM + CDP for Thai Businesses
KetshopwebE-commerce
แชร์: